http://numbermath.blogspot.com/

http://numbermath.blogspot.com/
บล็อกที่นำเสนอเกี่ยวกับเทคนิค วิธีลัด สูตร คิดเร็วในการคำนวณและแก้ปัญหาทางตัวเลขคณิตศาสตร์

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

มหัศจรรย์เลข 5 กำลังสอง

คณิตศาสตร์ คิดเร็ว
สอนเลขที่ลงท้ายด้วยเลข 5 ยกกำลังสอง
วิธีคิด
1. ให้ใส่เลข 25 เอาไว้ข้างท้ายก่อนเสมอ
2. จากนั้นนำตัวเลขข้างหน้ามาคูณกับตัวมันเองบวกอีก 1 => A X (A+1)   โดยที่ A เป็นเลขข้างหน้า 5
กล่าวคือ สมมติ 252 วิธีคิด ใส่เลข 25 เอาไว้ข้างหลังก่อน จากนั้นหาเลขข้างหน้า 25 โดยนำ
โดยนำ 2X(2+1) =2X3 = 6 เพราะฉะนั้นคำตอบคือ 625 นั่นเอง
ดังแสดงตัวอย่างข้างล่าง
  ตัวอย่างเลขลงท้ายด้วย 5 ยกกำลังสอง            
  ขั้นตอน 1   ขั้นตอน 2   ผลลัพธ์  
  52 = 25   = 25   = 25 = 25  
  152 = ___25   = (1X2)25   = 225 = 225  
  252 = ___25   = (2X3)25   = 625 = 625  
  352 = ___25   = (3X4)25   = 1225 = 1,225  
  452 = ___25   = (4X5)25   = 2025 = 2,025  
  552 = ___25   = (5X6)25   = 3025 = 3,025  
  652 = ___25   = (6X7)25   = 4225 = 4,225  
  752 = ___25   = (7X8)25   = 5625 = 5,625  
  852 = ___25   = (8X9)25   = 7225 = 7,225  
  952 = ___25   = (9X10)25   = 9025 = 9,025  
  1052 = ___25   = (10X11)25   = 11025 = 11,025  
  2052 = ___25   = (20X21)25   = 42025 = 42,025  
                         
จากตัวอย่างจะพบว่าการหาเลขที่ลงท้ายด้วย 5 ยกกำลังสองนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไปเลย

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การบวกเลขแบบเรียงลำดับตั้งแต่ 1.....N


เทคนิคบวกตัวเลขตั้งแต่ 1 ถึง ….ค่าใดๆ
ถ้าสมมติ เจอโจทย์แบบนี้จะทำอย่างไร
1+2+3+4+……+10 =?
1+2+3+4+……+21 =?
จากโจทย์ทั้ง 2 ข้อ หากจะมาทำการบวกเลขทีละตัวคงจะใช้เวลานานหลายนาที
ยิ่งตัวเลข 1 ถึง 100 คงเสียเวลามาก
แต่เรามีวิธีคิดที่รวดเร็วและง่ายดาย ดังนี้
Equation 1
(M X M) + M ……(1)
2 2
จากสมการที่ (1) ตัวแปร M คือค่าสุดท้ายหรือค่าสูงสุด 
และ
จากโจทย์ข้อแรก แทนที่สมการที่(1) ได้ดังนี้
(10 X 10) + 10 = (10 X 5) + 5 = 55 คำตอบ
2 2
ส่วนโจทย์ข้อสองนั้น ก็สามารถใช้สมการที่(1) ได้เช่นกัน
แต่อาจยุ่งยากในการคำนวณบ้าง ดังนั้นจึงขอแนะนำใช้สมการที่ (2) ดังนี้
Equation 2
(M + 1) ( M - 1 ) + ( M + 1 ) …..(2)
2 2
แทนค่าโจทย์ข้อ 2 ลงสมการที่ (2) จะได้
{(21 + 1) ( 21 - 1 )} + ( 21 + 1 ) =
2 2
(22 X 20) + 22 = (22 X 10) + 11 = 231 คำตอบ
2 2
ข้อแนะนำ
1.หากตัวสุดท้ายเป็นจำนวนเลขคู่ให้ใช้สมการที่ (1)
2.หากตัวสุดท้ายเป็นจำนวนเลขคี่ให้ใช้สมการที่ (2)
อย่างไรก็ตาม ทั้งสมการที่ (1) และ (2) เมื่อจัดใหม่จะได้
M2 + M …..(3)
2
ซึ่งจะสามารถใช้ได้ทั้งเลขคู่และเลขคี่
โจทย์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป